เลขที่ ๕๐ บ้านมะขามเตี้ย
ถนนวัดโพธิ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การเดินทาง
เริ่มจากวัดสามัคคีผดุงพันธ์ ออกจากวัดทางถนนชนเกษม
เลี้ยวซ้ายกลับไปที่สี่แยกแสงเพชร
เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าศาลากลาง ไปจนถึงสี่แยกอนามัย
แยกนี้ที่มาของชื่อชัดเจน
เพราะมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งอยู่
เมื่อก่อนคงเป็นสถานีอนามัย จึงเรียกชื่อว่า สี่แยกอนามัย
เมื่อถึงสี่แยกนี้ให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าสาธารณสุขไปจนถึงสามแยกดอนเมา
แต่เดี๋ยวนี้เป็นสี่แยกแล้ว ปัจจุบันมีสมาคมกว๋องสิ๋ว
ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก จึงมีการเรียกว่า สี่แยกกว๋องสิ๋ว
ในช่วงที่มีการเปิดที่ทำการสมาคม สมาคมนี่ไม่มีในแปดศาลเจ้า
แต่จะมีประวัติในเรื่องสมาพันธ์องค์กรเอกชนสุราษฎร์ธานี จากสี่แยกกว๋องสิ๋วให้เลี้ยวขวาไปตามถนนวัดโพธาวาสสัก
๒๐๐-๓๐๐ เมตร ก็จะถึงวัดโพธาวาส ซึ่งอยู่ซ้ายมือเลี้ยวเข้าไปได้เลย
ข้อมูลประวัติหลวงพ่อกล่อม
หลวงพ่อกล่อม หรือ พระครูวิธูรธรรมศาสตร์
เป็นคนพื้นเพจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยกำเนิด
เป็นชาวบ้านริมคลองท่ามะตูม อ.เมือง เกิดเมื่อ ปี พ.ศ.2388
นามเดิมคือ กล่อม แก้วกล่อม
ก่อนอุปสมบทเคยแต่งงานมาแล้วกระทั่งมีบุตร
1
คน
อุปสมบท
ปี พ.ศ.2411
มรณภาพ
23
มกราคม พ.ศ.2474
สิริอายุ
86
ปี 62
พรรษา
พระครู วิธูรธรรมสาสน์ หรือ หลวงพ่อกล่อม นนฺทะ
อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธาวาส ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาอาคมแกร่งกล้าและมีชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งของ
ภาคใต้ ท่านเกิดในปี พ.ศ.2389 ที่บ้านริมคลองท่ากูบ ต.มะขามเตี้ย
จ.สุราษฎร์ธานี ในวัยเด็กศึกษาหนังสือไทยและอักขระสมัยที่วัดโพธาวาส
เมื่อเติบใหญ่ได้แต่งงานมีครอบครัว
แต่ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาส จึงตัดสินใจอุปสมบทเมื่ออายุได้
24 ปี ในปี พ.ศ.2413 ณ พัทธสีมาวัดโพธาวาส โดยมีพระครูสุวรรณรังษี
(มี) เจ้าอาวาสวัดโพธาวาส และเจ้าคณะเมืองกาญจนดิษฐ์
เป็นพระอุปัชฌาย์
เมื่ออยู่ในสมณเพศ หลวงพ่อกล่อมเคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง
ต้องลงโบสถ์ทำวัตรเช้า-เย็นทุกวันไม่เคยขาด แม้จะอาพาธก็ตาม
ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "วันใดที่ท่านไม่ได้ลงโบสถ์
นั่นหมายถึงวาระสุดท้ายของชีวิตได้สิ้นแล้ว" นอกจากนี้
ยังตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมและท่องบทสวดมนต์เจ็ดตำนานสิบสองตำนานจนขึ้นใจ
มุ่งมั่นปฏิบัติวิปัสสนาธุระ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของพระภิกษุ
สามเณร และชาวบ้านทั้งหลาย ต่อมาในปี พ.ศ.2432 พระครูสุวรรณรังษีย้ายไปครองวัดกลาง
หลวงพ่อกล่อม จึงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธาวาสสืบแทน
ท่านเป็นพระนักพัฒนา
ทำนุบำรุงและปฏิสังขรณ์วัดให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เสมอ
ด้วยคุณงามความดีของหลวงพ่อกล่อม ชาวบ้านจึงมักเรียกชื่อท่านว่า
"พ่อท่านกล่อม" ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2475 สิริอายุ 86 ปี
พรรษาที่ 62
หลวงพ่อ กล่อมเป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาอาคม
และมีชื่อเสียงโด่งดังมากเรื่อง "เรือแข่ง" ในงานประจำปีของ
จ.สุราษฎร์ธานี ที่เรียกว่า "งานชักพระ"
ซึ่งจะมีการแข่งขันเรือยาวกัน สมัยนั้น เรือของวัดโพธาวาสไม่มีคำว่าพ่ายแพ้ต่อผู้ใด
เล่ากันว่า ท่านให้ลูกศิษย์จัดการขุดเรือขึ้นมา
พอเวลาเช้าของวันแข่งขันท่านจะออกมายืนริมคลองมะขามเตี้ยแล้วบริกรรมคาถา
ปรากฏว่าเรือที่จอดอยู่บนคานแล่นลงน้ำได้อย่างอัศจรรย์ นอกจากนี้
ท่านยังสามารถบริกรรมคาถาสะกดจระเข้ได้เช่นเดียวกับพ่อท่านคล้าย
แห่งวัดสวนขัน ดังนั้น
วัตถุมงคลของท่านจึงเป็นที่นิยมของบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและชาวสุราษฎร์ธานี
อย่างสูง ส่วนใหญ่ท่านจะสร้าง ตะกรุดและสาริกาลิ้นทอง
แต่ที่เป็นที่นิยมและหายากที่สุดเห็นจะเป็น
"เหรียญหล่อรูปเหมือนรุ่นแรก" ที่สร้างในปี พ.ศ.2470
โดยทำการหล่อกันที่โรงครัว จึงมักเรียกกันว่า "รุ่นโรงครัว"
ลักษณะเป็นเหรียญหล่อแบบโบราณทรงกลมรี หูขวาง
หล่อด้วยเนื้อทองผสมเงินหัวนะโม
และทองคำที่ชาวบ้านนำมาถวายใส่เบ้าหลอม พิมพ์ด้านหน้า
ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อกล่อมเต็มรูป ครองจีวรรัดประคด
พาดผ้าสังฆาฏิ นั่งขัดสมาธิเอามือจับเข่าทั้งสองข้าง
ใต้ผ้ารองนั่งจารึกปีที่สร้าง "พ.ศ.๒๔๗๐"
ขอบเหรียญภายในคู่ขนานบรรจุอักขระขอม ด้านหลัง เป็น "ยันต์ห้า"
และอักขระขอม
เนื่องจากเป็นการ "หล่อแบบโบราณ"
เหรียญจึงมักชำรุดหรือติดไม่เต็มพิมพ์ "เหรียญหล่อรูปเหมือนพระครูวิธูรธรรมสาสน์"
ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ จึงมีน้อยมาก
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
ในเรื่องวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังท่านสร้างไว้มีจำนวนไม่มากนัก
เช่น ตะกรุดโทน ตะกรุด
5
ดอก ตะกรุด 3
ดอก และสาลิกาลิ้นทอง
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
หลวงพ่อกล่อม ท่านเดินทางคงกระพันชาตรี
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง