|
หลวงพ่อคล้าย จันทสุวัณโณ วัดสวนขัน นครศรีธรรมราช

วัดสวนขัน
วัดสวนขันเป็นวัดราษฎร์
เดิมตั้งอยู่ที่ วัดราษฎร์บำรุง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดคุดด้วน
เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งคลองคุดด้วน มีพระปลัดคงเป็นเจ้าอาวาส
แต่ที่ตั้งเป็นที่ไม่เหมาะบางประการ
เนื่องจากฤดูน้ำก็ถูกน้ำท่วมบ่อยๆและสถานที่คับแคบ
จึงทำการย้ายวัดขึ้นไปทางเหนือของคลองคุดด้วน สร้างวัดขึ้นมาใหม่ใน
ป่าไม้ขันอันเป็นที่สวนของอุบาสกผู้มีศรัทธาถวายให้วัด
และพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดว่า วัดสวนขัน สิ่งที่น่าสนใจของวัดสวนขัน
มีอยู่มากมายอย่างเช่นหอไตรกลางน้ำ ที่มีเตียงนอนธรรมาสน์ปาฏิโมกข์
พระปลัดคงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
พระปลัดคงเป็นลูกศิษย์ของพระครูกราย
ต่อมาลาสิกขาบทพระครูกรายเสนอพ่อท่านคล้ายให้เป็นพ่อท่านคล้าย
ตลอดมาเป็นเวลา65ปี จนถึงวันมรณะภาพ
พ่อท่านเคยแต่งบทกลอนกำดัดสอนนาคใว้น่าฟังดังนี้
ศีลสิบโดยตั้ง รักษาโดยหวัง
องค์ศีลทั่วผอง สองร้อยยี่สิบเจ็ด
สิ้นเสร็จควรตรอง ศีลสิบหม่นหมองสองร้อยมรณา
สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนขัน กิ่งอำเภอช้างกลาง
จ.นครศรีธรรมราช

ข้อมูลประวัติหลวงพ่อคล้าย จันทสุวัณโณ
เกิด วันที่
27
มีนาคม พ.ศ.2419
เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล
อุปสมบท ณ อุทกกเขปสีมา
(ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง วันที่
10
กรกฎาคม
2439
มรณภาพ วันที่
5
ธันวาคม พ.ศ.2513
เวลา 23.05
น.
รวมสิริอายุ
95
ปี 74
พรรษา
พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน วัดพระธาตุน้อย พระครูพิศิษฐ์อรรถการ
หรือ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย" ประวัติพ่อท่านคล้าย
วาจาสิทธิ์ เทวดาเมืองคอน
วัตถุมงคลพ่อท่านคล้ายพระครูพิศิษฐ์อรรถการ
หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์" นามตามสมณศักดิ์ท่านคือ
พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน
จังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย นามเดิมว่า "คล้าย สีนิล"
เกิดตรงกับ วันที่27ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด
จ.ศ.1238 ร.ศ.95 ที่บ้านโคกทือ ตำบลช้างกลาง กิ่งอำเภอช้างกลาง
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายอินทร์ นางเหนี่ยว สีนิล
มีพี่สาว 1 คน ชื่อนางเพ็งเป็นภรรยานายซ้าย เพ็ชรฤทธิ์
ไม่มีบุตรสืบสกุลแต่มีบุตรบุญธรรมหนึ่งคน ชื่อนายครื้น เพ็ชรฤทธิ์
พ่อท่านคล้าย มีลักษณะนิสัย เป็นคนมีมานะอดทน ขยันหมั่นเพียร
อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดาและครูอาจารย์อย่างเคร่งครัด
สุภาพ เรียบร้อย ว่านอนสอนง่าย นิสัยอ่อนโยนละมุนละไม
จึงเป็นที่รักของบิดามารดา ครูอาจารย์และญาติมิตรเป็นอันมาก
เมื่ออายุ ๑๕ ปี
หลวงพ่อคล้าย
ประสบอุบัติเหตุในการถางป่าทำไร่กระดูกปลายเท้า สามนิ้วแตกละเอียด
รักษาไม่หาย ด้วยกำลังใจที่เด็ดเดี่ยว
พ่อท่านคล้ายได้ใช้มีดตัดปลายเท้าออกด้วยตัวเอง
และใช้ยาพอกจนหายเป็นปกติ ขาของพ่อท่านคล้ายนั้นเสียข้างหนึ่ง คือ
ขาด้านซ้ายขาดตั้งแต่ตาตุ่มลงไป (เสียตั้งแต่สมัยเด็กๆ
โดนต้นไม้ทับที่บ้านญาติของท่านที่ จ.กระบี่
ขาเป็นหนองเลยต้องตัดทิ้ง โดยท่านใช้มีดปาดตาลตัดเอง)
ท่านเลยต้องใส่กระบอกไม้ไผ่แทน พ่อท่านคล้าย ได้บรรพชาเป็นสามเณร
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2438 (อายุ 19 ปี) บรรพชาที่วัดจันดี
ต.หลักช้าง บรรพชาโดยอาจารย์ พระอธิการจันเจ้าอาวาสวัดจันดี
(ทุ่งปอน) และพ่อท่านสามารถท่อง พระปาฏิโมกข์จนได้แม่นยำ
พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ พระเกจินครศรีธรรมราช
ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2439 ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ
อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุ
วัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์
สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์
และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วงเป็นพระอนุสาวนาจารย์
และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีล
ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ แล้วได้ไปจำพรรษา อยู่ที่วัดทุ่งปอน
หรือวัดจันดี
การศึกษาเบื้องต้น พระครูพิศิษฐ์อรรถการ
เริ่มศึกษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยบิดาเป็นผู้สอน เรียนวิชาคำนวณ
และวิชาอักษรโบราณ จนสามารถอ่านออกเขียนชำนาญ
ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม ต่อมาศึกษาต่อในสำนักนายขำ
ที่วัดทุ่งปอน บ้านโคกทือ จนจบหลักสูตร
ต่อมาได้ไปฝึกหัดเล่นหนังตะลุงกับนายทองสาก
ประกอบกับพ่อท่านคล้ายมีหน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ
จึงมีคนติดใจการเล่นหนังตะลุงของท่านมาก
ต่อมาปี พ.ศ.2441 พ่อท่านคล้าย ได้เข้าศึกษาพระปริยัติธรรม
แผนกบาลี เรียนมูลกัจจายนะ ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) ณ
วัดหน้าพระธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบหลักสูตรมูล
พอแปลบาลีได้ ศึกษาอยู่เป็นเวลา 2 พรรษา
ปี พ.ศ.2443 ต่อมาได้ศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฎฐานที่สำนักวัดสามพัน
อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยมีอาจารย์หนูเจ้าอาวาสเป็นผู้สอน
ปี พ.ศ.2445 พ่อท่านคล้าย ได้กลับมาอยู่จำพรรษาวัดหาดสูง
ใกล้ตลาดทานพอ ในสำนักพระครูกราย ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพ่อท่าน
เพื่อศึกษาวิปัสสนาและไสยศาสตร์ โดยเหตุที่พระครูกราย
เป็นอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาและทรงวิชาคุณทางไสยศาสตร์ในสมัยนั้น
ปี พ.ศ.2447 พ่อท่านคล้าย ได้ไปจำพรรษาที่วัดมะขามเฒ่า อำเภอระโนด
จังหวัดสงขลาเพื่อศึกษาภาลีและอภิธรรมเพิ่มเติม
ปี พ.ศ.2448 พ่อท่านกลับจากวัดมะขามเฒ่า
มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งปอน (จันดี) ตลอดเวลาที่ท่านจำพรรษา ณ
ที่ใดก็ตาม ท่านได้ศึกษาค้นคว้าภาษา บาลี วิชาโหราศาสตร์
และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ติดต่อกันมาโดยมิได้ประมาท
ด้านการก่อสร้างก็ได้สร้างใว้ตามวัดต่างๆพอสมควร
ในปี พ.ศ.2448 พระปลัดคง เจ้าอาวาสวัดสวนขัน ลาสิกขาบท
คณะอุบาสกอุบาสิกาของวัดสวนขัน ได้ร่วนกันเสนอไปยัง
ท่านพระครูกรายเจ้าคณะแขวงฉวาง
ขอแต่งตั้ง"พ่อท่านคล้าย"เป็นเจ้าอาวาส วัดสวนขันแทน
ท่านพระครูกรายก็เสนอไปยังเจ้าคณะเมือง (ม่วง เปรียญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระศิริธรรมมุนี
เจ้าคณะเมือง
ได้แต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนขันแต่นั้นมา
สมณศักดิ์พ่อท่านคล้าย
ได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการในปี
พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษในนามสมณศักดิ์เดิม
แต่ประชาชนทั่วไปเรียกท่านตามชื่อเดิมว่า พ่อท่านคล้าย
ตำแหน่ง
- ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ใน พ.ศ. ๒๔๔๕
จนมรณภาพ
- เป็นเจ้าอาวาสวัดธาตุน้อย ใน พ.ศ.๒๕๐๐
เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน
ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน
ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่า
วัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พระครูพิศิษฐ์อรรถการ เป็นเจ้าอาวาส
เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว
วัดนี้ก็เป็นที่ประดิษฐานสรีระของท่านไว้ในโลงแก้ว
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
หลวงพ่อคล้าย
ท่านได้สร้างวัตถุมงคลเอาไว้มากรายหลายรุ่น ทั้งประเภทเหรียญ
พระเนื้อผง พระผงชานหมาก รูปเหมือนทั้งหล่อโบราณ
และรูปเหมือนปั๊ม โดยวัตถุมงคลรุ่นแรกสร้างเมื่อปี พ.ศ.2498
มีทั้งเหรียญ และพระพิมพ์สมเด็จ
และวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษคือ เหรียญรุ่นแรก
และรูปเหมือนหล่อโบราณก้นอุ
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
วัตถุมงคลท่านเด่นทางด้านเมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
|