|
วงปู่ใจ อินทสุวัณโณ วัดเสด็จ สมุทรสงคราม

สถานที่ท่องเที่ยว จ.สมุทรสงคราม
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ "วัดศรีจำปา"
สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยาตาม
ตำนานเล่าว่า ในปี
พ.ศ.2307ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือน
อยู่บริเวณตำบล แม่กลองเหนือวัดศรีจำปา และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า
"บ้านแหลม" ตามชื่อห มู่บ้านเดิมของตนชาวบ้านแหลมได้ช่วย
กันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดบ้านแหลม"
ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอาราม หลวง ชั้นวรวิหาร ได้รับ
พระราชทานนามว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
ตลาดน้ำอัมพวา จะมีทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ตลาดน้ำโดย ทั่วไปมัก
จะจัดขึ้นในเวลากลางวัน แต่ตลาดน้ำยามเย็น ที่อัมพวาแห่งนี้
จะจัดขึ้นในช่วงงเวลาเย็นเรื่อยไปจนถึงเวลาพลบค่ำ
ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย
ที่จัดในลักษณะเช่นนี้ ในตอนเย็นชาวบ้านจะเริ่มทยอย
พายเรือนำสินค้าหลากหลายนานาชนิด อาทิ อาหาร ผลไม้ พืชผัก ขนม
ของกินของใช้ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว
หรือคนในท้องถิ่นที่สัญจรไปมาที่ตลาดอัมพวา
ทำให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติของชีวิตของชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นที่น่า
ประทับใจอย่างยิ่ง
นักท่องเที่ยวสามารถที่จะหาซื้ออาหารมานั่งรับประทาน บริเวณริมคลองอัมพวาติดกับตลาดน้ำ
ซึ่งได้มีการจัด สถานที่ไว้ ทำให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ตลาดน้ำคลองบางน้อย
มีประจำทุกวันเสาร์ และ วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ09.00 1500
น. ตั้งอยู่ที่ี่ ปากคลองบางน้อย หน้าวัดเกาะแก้ว ตำบลกระดังงา
อำเภอบางคนที อยู่ห่างจากอุทยาน ร.2 อำเภออัมพวา ประมาณ 5 กิโลเมตร
ชุมชน ปากคลองบางน้อย หรือ บางน้อยนอก เคยเป็นย่านการค้าทางน้ำ
ที่สำคัญมาก จุดหนึ่งในลุ่มน้ำแม่กลอง สินค้าที่จำหน่าย
จะเป็นผลผลิต ทางการเกษตร จากชาวสวน ซึ่งมีทั้ง ลิ้นจี่ มะม่วง
ส้มโอ มะเฟือง ชมพู่ กล้วยเป็นต้น รวมทั้งอาหารคาวหวาน
อันขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม อย่างกะปิคลองโคลน และ มะนาวดอง
ที่ชาวตลาด จะซื้อมะนาว จาก ชาวสวนมาดองเอง
สามารถเดินเลียบคลองชมบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่ ริมคลองบางน้อย และ
นั่งเรือแจว ที่ให้บริการฟรี เพื่อไปเยี่ยมชม วัดไทร
วัดเก่าแก่แห่งคลองบางน้อย ชุมชน ปาก คลองบางน้อย หรือ บางน้อยนอก
เป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่ที่สุด แห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม
ตั้งอยู่ บริเวณจุดตัดของแม่น้ำ แม่กลองกับ คลองบางน้อย
ในอดีตชุมชนนี้เป็นศูนย์กลาง การค้าทางน้ำที่สำคัญ ของโครงข่าย
ลุ่มน้ำแม กลอง-ท่าจีน ว่ากันว่า (ตลาด)นัด ที่คลองบางน้อย เคยเป็น
ตลาดนัด ที่คึกคักมาก มีเรือมา ติดนัดทีละหลายร้อยลำ ตั้งแต่
หน้าวัดเกาะแก้ว เรื่อยไป ตาม คลอง จนถึงวัดไทร โดยบริเวณด้านหน้า
วัดเกาะแก้ว เป็นนัดน้ำตาล ที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดสมุทรสงคราม
ส่วนด้านในคลองเป็นนัดกับข้าว และ สินค้าทั่วไป พ่อค้า แม่ค้า
ที่มานัดบางน้อย นอกจากจะเป็น ชาวสวนใน ละแวกนั้น เช่น ดำเนินสะดวก
ดอนมะโนรา ท่าคา ก็ยังมาจากถิ่นอื่นด้วย เช่น ราชบุรี นครปฐม
อยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรีและกรุงเทพ
แต่ละถิ่นก็ต่างนำผลิตผลในท้องถิ่น ของตนมาขาย หรือ
แลกเปลี่ยนกันความเจริญรุ่งเรือง
ของชุมชนบางน้อยนอกแม้ว่าในปัจจุบัน
ชุมชนบางน้อยจะเปลี่ยนสภาพจากย่านการค้าทางน้ำที่จอแจเป็นเพียง
ชุมชนอยู่อาศัยที่เงียบสงบ
ซึ่งเป็นผลจากการก่อสร้างถนนที่ทำให้ความเจริญย้ายจากลำคลองสู่ริมถนนเมื่อ
ประมาณ 30ปี
ที่ผ่านมาหากแต่ชุมชนแห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมชุมชนริมน้ำดั้งเดิม
ไว้ได้เป็นอย่าดี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการตั้งถิ่นฐาน สถาปัตยกรรม
วิถีชีวิต ตลอดจนสภาพแวดล้อมคลองและสวน ผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์
ซึ่งมีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และศึกษาเยี่ยมชมอย่างยิ่ง
วัดบางกุ้ง
เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกกองทัพเรือ
มาตั้งค่ายที่ค่ายบางกุ้ง เรียกว่า "ค่ายบางกุง้"
โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่าย
เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นที่เคารพบูชาของทหาร
ภายหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ค่ายบางกุ้งก็ร้างไปจนกระทั่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรี
เป็นราชธานีจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนจาก ระยอง ชลบุรี ราชบุรี
และกาญจนบุรีรวบ รวมผู้คนมาตั้งกองทหารรักษาค่าย
จึงมีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่า "ค่ายจีนบางกุ้ง" ในปี พ.ศ. 2311
พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรีมาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง
สมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระมหามนตรี (บุญมา)
เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเหลือทหารจีนขับไล่กองทัพ
พม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย
หลังจากนั้นค่ายบางกุ้งแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี
จนมาถึง พ.ศ.2510 กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น
(ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว) และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสิน
ไว้เป็นอนุสรณ์
ข้อมูลประวัติ
เกิด
วันอาทิตย์ ขึ้น 2
ค่ำ เดือนอ้าย ตรงกับวันที่
23
พฤศจิกายน 2404
อุปสมบท อายุ
21
ปี ณ วัดบางเกาะเทพศักดิ์
มรณภาพ ปีพ.ศ.2505
รวมสิริอายุ
101
ปี 80
พรรษา

วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
วัตถุมงคลของท่านเป็น พระเนื้อดิน ปีพ.ศ.2470
เป็นเนื้อเมฆพัตร คือ พิมพ์ซุ้มประตู. พระพุทธชินราช
นอกจากนี้ยังมีพระหล่อเนื้อโลหะผสมปางพระประจำวัน.
เหรียญพระประจำวัน. ผ้ายันต์. เสื้อยันต์. พระนาคปรกเนื้อเมฆพัตร
ซึ่งถือว่าเป็นพระชุดยอดนิยมของท่าน
นอกจากนี้ยังมีตะกรุดลูกอมร้อยด้วยไหม
7
ปี เนื้อทองคำ เงิน และนาค การลงอักขระจะลครบทั้ง
2
หน้า ตะกรุดปราบหงษา สร้างตามตำหรับของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว
อยุธยาฯ
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
วัตถุมงคลท่านเด่นทางด้าน
เมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด ตามอุปเทห์ในวัตถุชนิดนั้น
ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
|