|
หลวงพ่อโชติ รุฬหผโล วัดตะโน กรุงเทพฯ
ที่อยู่ วัดตะโน
สถานที่ตั้ง
วัดตะโน: บางแวก ภาษีเจริญ
กรุงเทพฯ
ข้อมูลประวัติ
เกิด
วันเสาร์ที่
25
เมษายน พ.ศ.2417
เป็นบุตรของ นายคง นางแสง
อุปสมบท ณ
วัดกระทุ่ม วันที่
11
กรกฎาคม พ.ศ.2451
มรณภาพ
วันจันทร์ที่
6
ตุลาคม พ.ศ.2501
รวมสิริอายุ
83
ปี
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
วัตถุมงคลท่านสร้างเอาไว้หลายประเภทคือ
ตะกรุด เชือกคลาดเอว พระเนื้อผง เหรียญ
เหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ.2497
เป็นเหรียญรูปไข่ รูปเหมือนครึ่องค์
ด้านหน้าระบุชื่อหลวงพ่อและชื่อวัด ด้านหลังอักขระยันต์
เหรียญรุ่นสอง ปี พ.ศ.2500
เป็นเหรียญเสมา รูปเหมือนเต็มองค์ ระบุชื่อ
ชื่อวัด หลังยันต์ ระบุ พ.ศ.2500
เป็นเลขไทย
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในวัตถุมงคลของท่านเด่นทาง
อยู่ยงคงกระพัน
ประวัติความเป็นมา
วัดบุณยประดิษฐ์
เดิมชื่อวัดใหม่บุญน่วม บ้างชาวบ้านก็เรียกว่าวัดใหม่ตาน่วม
เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เมื่อราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๘
คุณโยมบุญ คุณโยมน่วม โพธินิมิตร
เป็นผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินสร้างวัด จำนวน ๑๐ ไร่ ๓ งาน ๗๘
ตารางวา และได้กราบอาราธนาพระอาจารย์สวาท จากวัดศาลาแดง
มาอยู่จำพรรษาและเป็นผู้ดูแลวัด จนกระทั่งท่านได้ถึงแก่มรณภาพ
ปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ ทายกทายิกาได้กราบอาราธนาพระอาจารย์หรั่ง
มาอยู่จำพรรษาและเป็นผู้ดูแลวัดเป็นรูปต่อมา จนท่านได้ถึงแก่มรณภาพ
ปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ญาติโยมทายกทายิกาได้กราบอาราธนาหลวงพ่อสิน
ติสฺโส
มาอยู่จำพรรษาและดูแลปกครองวัดเป็นลำดับมาและได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส
รูปแรกของวัดบุณยประดิษฐ์ ท่านเป็นพระนักพัฒนาและเป็นนักปกครอง
ท่านได้เชิญชวนคณะศรัทธาญาติโยมร่วมกันสร้างอาคารเสนาสนะ อาทิ
อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ศาลาโรงทึม และในส่วนอื่น ๆ อีก
เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการบำเพ็ญกุศล
ในด้านการสนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม หลวงพ่อสิน ติสฺโส
ท่านได้เปิดให้มีการเรียนการสอนแผนกธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ตลอดอายุไขของท่าน ท่านได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดบุณยประดิษฐ์
และท้องถิ่นมาโดยลำดับ จนกระทั่งท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๓
ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘ รวมสิริอายุ ๗๗ พรรษา ๔๑ ด้วยอาการอันสงบ
ปีพุทธศักราช ๒๔๙๙ พระอาจารย์จำรัส
ภทฺทโก ผู้ดูแลปกครองวัด ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๒
และได้ลาสิกขาไปเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๓
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ พระอาจารย์สนิท
อมโร ซึ่งได้รับการอุปสมบท ณ วัดบุณยประดิษฐ์ แห่งนี้
เป็นผู้ดูแลปกครองวัดสืบมาและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่
๓ ท่านได้พัฒนาวัด โดยได้สร้างกุฎิสงฆ์จำนวน ๔๐ ห้อง ปีพุทธศักราช
๒๕๑๐ ท่านได้ซื้อที่ดินเพิ่มขยายอาณาบริเวณวัดอีกจำนวน ๕ ไร่เศษ
ร่วมกับกรรมการและชาวบ้านตัดถนนมูลดินเพื่อทำทางเข้าวัด
โดยใช้ชื่อว่า ถนนพัฒนกิจ จนกระทั่งท่านได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัด
ราษฎร์ ชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูอมรพัฒนกิจ ( สนิท อมโร)
และได้ลาสิกขาไปเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๘
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
|