|
หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี

ประวัติ
วัด
เขาบันไดอิฐ แต่เดิมเคยเป็นสำนักสงฆ์เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
มามีฐานะเป็นวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา อยู่ใน ต.ไร่ส้ม อ.เมือง
จ.เพชรบุรี บนเขาบันไดอิฐแห่งนี้มีถ้ำอยู่มากมาย
มีหลักฐานว่าในแผ่นดินพระบรมราชาที่ 2 พระเชษฐาธิราช พ.ศ.2171
"พระศรีศิลป์" ซึ่งเป็นเชื้อสายพระเจ้าทรงธรรม
ได้ถูกจับกุมและถูกเนรเทศจากอยุธยามาคุมขังอยู่ที่ถ้ำเขาบันไดอิฐแห่งนี้
เพราะคิดคดซ่องสุมผู้คน คิดแย่งชิงราชสมบัติ
แต่แผนการได้รั่วไหลออกมาเสียก่อน
เมื่อ "พระศรีศิลป์" มาถูกจองจำที่นี่ก็ได้มี "หลวงมงคล"
ซึ่งเป็นพระญาติทางฝ่ายมารดาของพระศรีศิลป์ คุมบ่าวไพร่
มาทำการขุดเจาะถ้ำ
ทางด้านอื่นให้ทะลุติดต่อกันหลายถ้ำจนถึงถ้ำใหญ่ที่คุมขังพระศรีศิลป์
ซึ่งมีแผ่นกระดานตีปิดปากถ้ำ และมีทหารเฝ้ายามคอยส่งอาหารและน้ำ
ใส่ตะกร้าหย่อนลงไปให้
ปรากฏว่าอาหารและน้ำไม่มีใครแตะต้องคงอยู่ตามเดิม
ตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงขานรับ
ก็คิดว่าพระศรีศิลป์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
จึงรายงานให้ทางกรุงศรีอยุธยาทราบและมีคำสั่งให้ถมดินปิดปากถ้ำเสีย
"พระ ศรีศิลป์" เมื่อลอบออกจากถ้ำมาได้ ก็หลบซ่อนตัว ซ่องสุมผู้คน
และทหารทำการขบถต่อแผ่นดิน ตั้งตัวเป็นใหญ่อยู่ที่เพชรบุรี
แต่ต่อมาได้ถูกจับตัวส่งกลับไปกรุงศรีอยุธยาและถูกสำเร็จโทษ
วัดเขา บันไดอิฐยังมีประวัติและเรื่องราวอีกว่า
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายระหว่าง พ.ศ.2240-2249
รัชกาลของพระพุทธเจ้าเสือ มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า
"พระอาจารย์แสง" เคยบวชอยู่ที่วัดมเหยงค์ กรุงศรีอยุธยา
เป็นพระภิกษุที่มีเวทย์มนต์ขลัง เชี่ยวชาญทั้งในพุทธศาสตร์และไสยศาสตร์
การวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งได้ธุดงค์มาพักที่วัดเขาบันไดอิฐ
จ.เพชรบุรี "พระอาจารย์แสง" จำพรรษาอยู่ ณ ที่แห่งนี้จนมรณภาพ
เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ซึ่งสงบ วิเวก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
(ในสมัยรัตนโกสินทร์ สุนทรภู่ก็เคยมาเยือนที่วัดเขาบันไดอิฐ
และได้ร้อยกรองถึงสถานที่นี้ไว้ใน "นิราศเมืองเพชร")

ตามประวัติ
ศาสตร์กล่าวว่า "พระอาจารย์แสง" เป็นพระอาจารย์ของ "พระเจ้าเสือ"
สอนทางเวทย์มนต์คาถา
และเหตุที่พระอาจารย์ธุดงค์มาอยู่ที่วัดเขาบันไดอิฐก็เพราะน้อยใจที่กล่าว
ตักเตือนพระเจ้าเสือไม่ให้ประพฤติในทางโหดร้ายต่อสตรีไม่ได้
พระอาจารย์แสงเห็นว่าพฤติกรรมเช่นนี้ กษัตริย์ไม่ควรทำ
เพราะจะทำให้ความขลังของวิชาที่เรียนมาเสื่อมลงด้วย
"พระเจ้าเสือ" พระองค์นี้มีนิสัยดุดัน ชอบหมกมุ่นในกามราคะ
ชอบฆ่าสัตว์ แต่ทรงพระปรีชาสามารถในทางไสยศาสตร์ เวทย์มนต์คาถา
ไพร่ฟ้าประชาชนเกรงกลัวมาก จึงขนานนามพระองค์ว่า "พระเจ้าเสือ"
(ขุนหลวงสรศักดิ์) มีบันทึกอยู่ในพงศาวดารความว่า
"พอพระทัยเสวยน้ำ จัณฑ์ และเสพสังวาสด้วยดรุณีอิตถี อายุ 11-12 ปี
ถ้าสตรีใดโยกโคลงไปทรงพระโกรธ ลงพระอาญาถองยอดอกตายคาที่
ถ้าสตรีได้ไม่ดิ้นเสือกโคลงนิ่งอยู่ชอบอัชฌาลัย
พระราชทานบำเหน็จรางวัล ประการหนึ่ง ถ้าเสด็จไปประพาสมัชฉาชาติฉนากฉลามทางชลมารค
ทรงทะเลเกาะสีชัง เขาสามมุข และประเทศใดย่อมเสวยน้ำจัณฑ์ไปพลาง
ถ้าหมู่พระสนมนิกรนางไนและมหาดเล็กชาวที่ทำให้เรือพระที่นั่งโคลงไหวไปมิได้
มีวิจารณปราศจากพระกรุณาญาณ ลุอำนาจแก่พระโทโส
ดำรัสสั่งให้เอาผู้นั้นเกี่ยวเบ็ดท้างไปในทะเล
ให้ปลาฉลากฉลามกินเป็นอาหาร ประการหนึ่งปราศจากเบญจางคิกศีลมักพอพระทัย
ทำอนาจารเสพสังวาสกับภรรยาขุนนาง แต่นั้นมาปรากฏเรียกว่า
"พระเจ้าเสือ"
ครั้ง ที่พระเจ้าเสือเสด็จมาเยือนเมืองเพชร
พระองค์โปรทราบเบ็ดโดยเรือพระที่นั่งพายในท้องที่ ต.บางตะบูน
อ.บ้านแหลม กรรมการเมืองเพชรสมัยนั้นได้จัดสร้างพลับพลารับเสด็จไว้ที่บ้านคุ้งตำหนัก
และตามตำนานยังมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า
พระเจ้าเสือได้ประกาศเป็นกฎหมายไม่ให้ราษฎรจับปลาที่พระองค์ทรงโปรด
ปลาที่พระองค์ทรงโปรดมากคือปลาตะเพียน และปลาหมอ
นอกจากพระเจ้าเสือ จะเสด็จมาเมืองเพชร เพื่อตกปลาและคล้องช้างแล้ว
พระองค์ยังมีพระประสงค์เพื่อขอร้องให้พระอาจาร์แสงกลับไปกรุงศรีอยุธยาด้วย
แต่ก็ไม่สำเร็จ อาจารย์แสงไม่ยอมกลับพระองค์จงจนพระทัยยอมพระอาจารย์
แต่ก็โปรดฯให้บูรณะซ่อมแซมวัดเขาบันไดอิฐขึ้นใหม่ให้สวยงามหลายอย่าง
วัดจึงเจริญรุ่งเรือง
และในสมัยโบราณก็ถือเป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่
วัดจะต้องมีเกจิอาจารย์หรือพระสงฆ์ที่เชี่ยวชาญทางด้านอาคม
รวมถึงเก่งทางวิปัสสนาหรือทางใน
ซึ่งจะต้องมีการถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ใกล้ชิดเหมือนที่วัดเขาบันไดอิฐ
เพราะปรากฏยืนยันเป็นหลักฐานได้ว่าวัดเขาบันไดอิฐยังมีพระอาจารย์ชื่อว่า
"เหลือ" เป็นพระมีเวทย์มนต์ขลังมาก ผู้คนนับถือเยอะ
เล่ากันว่าในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อทหารเมืองเพชรจะออกรบจะต้องมาขอผ้ายันต์และตะกรุดโทน
หรือไม่ก็สักยันต์ลงกระหม่อม
รดน้ำมนต์เพื่อเพิ่มความขลังให้รอดปลอดภัยกลับมา

สถานที่น่าสนใจ
หน้าบันพระอุโบสถ
วัดนี้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงทางด้านความงามของศิลปะปูนปั้นชั้นครูที่ฝากผล
งานไว้เหนือหน้าบันพระอุโบสถ
เป็นลายปูนปั้นที่งดงามงามสกุลช่างเมืองเพชร
เป็นรูปลายกนกเปลวพลิ้วล้อมรูปครุฑ
ถ้า วัด
เขาบันไดอิฐมีถ้ำหลายแห่งที่น่านำชมโดยถ้ำแรก คือ
ถ้ำประทุน
มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามผนังถ้ำทั้งสองด้าน
ลึกเข้าไปจะเป็นถ้ำ พระเจ้าเสือ
ที่ชื่อเช่นนี้เพราะมีเรื่องเล่ากันมาว่า
พระเจ้าเสือได้เสด็จมาหาอาจารย์แสง
และได้ถวายพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรประดิษฐานไว้ในถ้ำแห่งนี้
ถัดจากถ้ำนี้เข้าไปทางด้านใต้จะมีถ้ำพระพุทธไสยาสน์
จะมีพระนอนองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่
และตรงซอกผนังถ้ำมีประทุนเรือทำด้วยไม้เก่าแก่มาก
เป็นประทุนเรือที่พระเจ้าเสือถวายอาจารย์แสง
นอกจากถ้ำทั้งสามนี้แล้ว ยังมีถ้ำอื่น ๆ เช่น
ถ้ำพระอาทิตย์ ถ้ำพระจันทร์ ถ้ำสว่างอารมณ์ ถ้ำช้างเผือก
และถ้ำดุ๊คซึ่งมีชื่อตามดุ๊คโยฮันฮัลเบิร์ต
ผู้สำเร็จราชการเมืองปอร์นสวิค (Braunschweig)
ประเทศเยอรมัน ผู้เคยมาเยือนเพชรบุรีและมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้
ที่ตั้งและการเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวง
3171 ห่างจากเขาวังประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นเขาขนาดย่อมมียอดสูง 121 เมตร
|
ข้อมูลประวัติ
เกิด ปี พ.ศ.2421
เดือนเมษายน ปีระกา ณ บ้านามเรือน เพชรบุรี เป็นบุตรของ นายแป้น
นางนุ่ม อ้นแสง
อุปสมบท ประมาณปี พ.ศ.2441
ณ วัดเขาบันไดอิฐ
มรณภาพ วันพุธที่
16
มกราคม พ.ศ.2517
ตรงกับแรม 8
ค่ำ เดือน 2
ปีขาล
รวมสิริอายุ
95
ปี
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
วัตถุมงคลของท่านมีหลายรุ่น เช่น
เหรียญรุ่นแรก ปี 2503
มี 2
เนื้อ คือ เนื้อเงิน เนื้อและทองแดง
เหรียญรุ่นสอง ปี 2507
ลักษณะคล้ายกับรุ่นแรก
เหรียญรุ่นตระกูลโจว ปี
2510
ที่ระลึกครบรอบ 89
ปี
เหรียญรุ่นแม่ทัพภาค ปี
2511
, ปี 2513
เหรียญรุ่น
จ.ป.ร.12
พระผงญาณวิลาศ มีหลายพิมพ์และหลายเนื้อ
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในวัตถุมงคลของท่านเด่นทาง
เมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
|