วัดเสาธงทอง
เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี
ตั้งอยู่ติดถนนฝรั่งเศส (Rule de France)
ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลเมืองลพบุรี
ด้านหลังใกล้กับท่าขุนนางริมแม่น้ำลพบุรี ทิศเหนือ ใกล้กับบ้านหลวงรับราชทูต
ทิศใต้ใกล้กับพระนารายณ์ราชนิเวศน์
เดิมแยกเป็น 2 วัด คือ วัดรวก และวัดเสาธงทอง
พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เตชะคุปต์)
สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา ได้รายงานกราบทูลเสนอความเห็นต่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
เมื่อคราวเสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในมณฑลอยุธยาว่า
วัดรวกมีโบสถ์
ส่วนวัดเสาธงทองมีวิหารสมควรจะรวมเป็นวัดเดียวกัน
ทรงดำริเห็นชอบให้รวมกันและให้เรียกชื่อว่า วัดเสาธงทอง
เป็ฯวัดเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งโบราณซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิฐานว่า
พระวิหารหลวงและพระประธานเป็นฝีมือช่างแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา
อย่างน้อยคงสร้างมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
วัดเสาธงทองตั้งอยู่บนเนินดินที่สูงกว่าที่อื่นๆ
และตั้งอยู่ใจกลางเมืองลพบุรี
มีเนื้อที่ประมาณ 15ไร่ 1 งาน
โดยรอบวัดมีถนนเข้าวัดทั้งสี่ด้าน
วัดนี้มีโบราณสถานที่ควรชม คือ
พระวิหารซึ่งเดิมคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานของศาสนาอื่นเพราะจากแผนที่ของช่างชาวฝรั่งเศสทำไว้
ระบุว่า พื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่พำนักของราชทูตชาวเปอร์เซีย
พระวิหารหลังนี้อาจเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามของชาวเปอร์เซียก็เป็นได้
นอกจากนี้ ก็มีตึกปิจู ตึกคชสาร หรือตึกโคโรซาน
เป็นตึกเก่าสันนิษฐานว่าใช้เป็นที่พำนักของแขกเมือง
และราชทูตต่างประเทศชาวเปอร์เซีย โดยตึกปิจู มาจากภาษาฝรั่งเศส
แปลว่า เล็ก
ซึ่งอาจเป็นที่อาศัยของชาวฝรั่งเศสที่มารับราชการ
ส่วนตึกโคโรซาน เป็นชื่อเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของเปอร์เซีย
ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นตึกที่ใช้รับรองชาวเปอร์เซียที่มาพำนัก
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่
2 สิงหาคม
พ.ศ. 2479