|
หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครปฐม

ประวัติวัดบางพระ
วัดบางพระ เป็นชื่อในทางราชการชื่อเดิมคือ
วัดปากคลองบางพระ สังกัดมหานิกายอยู่ในการปกครองคณะสงฆ์
ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่วัด ๓๑ ไร่ ๑
งาน ๖๐ ตารางวา และธรณีสงฆ์ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๑๙ ตารางวา

วัดบางพระสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๒๒๐จัดอยู่ในสม
ัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้
างที่แน่ชัดเพราะคนในยุคนั้นมิได้มีการบันทึกกันที่น
ำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ในปัจจุบันก็คือภาพจิตกรรมฝ
าผนังภายในพระอุโบสถหลังเดิมซึ่งกว้างประมาณ๔วายาวปร
ะมาณ๘วาหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาธรรมดาสมัยกรุงศ
รีอยุธยาตอนกลางภายในพระอุโบสถหลังเดิมมีพระประธานเป
็นพระปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัยลงรักปิ
ดทองหน้าตักกว้าง๓๐นิ้วชาวบ้านเรียกกันว่า"หลวงพ่อสิทธิมงคล"เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเบื้องหน้าพระประธานเ
ป็นพระพุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง๒๖
นิ้วและยังมีพระพุทธปฏิมาประทับนั่งทางด้านขวามือองค
์พระประธาน๓องค์และทางด้านซ้ายมือองค์พระประธานอีก๓อ
งค์มองกันตามแบบแล้วพระอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระช่
างทรงคุณค่ายิ่งนักลักษณะทั่วไปก่ออิฐถือปูนหลังคาลด
๒ชั้นประกอบด้วยช่อฟ้าใบระกาที่สำคัญคือหลังคาอันมุง
ด้วยกระเบื้องดินธรรมดากรมศิลปากรจัดให้อยู่ในดินเผา
สมัยอยุธยาตอนกลางพระประธานที่เป็นพระปฏิมากรหินทราย
แดงจัดให้อยู่ในสมัยอโยธยาสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)
ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นภาพเก่าแก่เป็นผ
ลให้ทราบถึงความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาเป็นภาพ
เทพชุมนุมสลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้ามีการปฏิสังข
รณ์เมื่อสมัยรัชการที่๔คงมีการเขียนทับและแก้ไขเพียง
เล็กน้อยแต่พื้นกราวน์ดูเบื้องหลังยังคงใช้สีอ่อนมีด
อกไม้ร่วงอันเป็นคติของอยุธยาภาพที่น่าสนใจอีกภาพหนึ
่งก็คือ"ภาพมารผจญ"เป็นภาพที่พระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนิ่งบนดอกบัวแ
ก้วแม่ธรณีบีบมวยผมนับเป็นศิลปะแบบเก่าที่น่าศึกษาเป
็นอย่างยิ่งเป็นภาพที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางส
ีในภาพเขียนใช้เพียง๔สีคือขาวดำแดงและเขียวใบแค
มาถึงช่วงตอนเจริญรุ่งเรืองอย่างสุดขีดของวัดบางพระใ
นช่วงนั้นเมื่อเจ้าอธิการหิ่มอินทโชโตเข้ามาปกครองวั
ดบางพระในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายที่เหมื
อนกันของเจ้าอาวาสวัดบางพระทุกรูปคือจะเป็นพระนักปฏิ
บัติกัมมัฏฐานทรงซึ่งคุณธรรมมีเมตตาธรรมสูงมากเมื่อม
าถึงหลวงปู่หิ่มเป็นยุคที่วัดบางพระเจริญอย่างยิ่งท่
านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌ าย์
นอกจากนี้แล้วหลวงปู่หิ่มยังสร้างพระพุทธบาทจำลองเพื
่อช่วยเหลือในศรัทธาของชาวบ้านที่ใคร่จะไปนมัสการพระ
พุทธบาทจำลองณสถานที่ต่างๆที่อยู่ไกลต้องเสียค่าใช้จ
่ายกันสูงพระพุทธบาทจำลองนี้มีขนาดกว้าง๑.๑๐เมตรยาว๔
.๒๐เมตรสร้างด้วยโลหะทุกกลางเดือนสี่จะมีงานเทศกาลเพ
ื่อให้ประชาชนชาวบ้านได้นมัสการปิดทองกราบไหว้พระพุท
ธบาทจำลองสร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๖๙นั้นเป็นไปในด้านวัตถุใน
ด้านทางจิตใจในด้านทางสายวิชาแล้วหลวงปู่หิ่มนับเป็น
หนึ่งในส่วนนี้ท่านเก่งในทางปรุงยาเพื่อช่วยเหลือชาว
บ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์คนบ้าคนคลั่งหรือโรคมะเร็งเม
ื่อมาหาหลวงปู่หิ่มเพื่อให้ท่านรักษาหลวงปู่หิ่มจะให
้คนปั้นหุ่นดินเหนียวแทนตัวคนป่วยลงวันเดือนปีเกิดพร
้อมด้วยเงินค่าครู๑สลึง(สมัยนั้น)แล้วท่านจะนั่งตรวจ
ดูอาการคืนหนึ่งก่อน
จึงจะปรุงยาให้ไปเมื่อคนไข้ได้รับยานั้นไปรับประทานแ
ล้วจะหายแทบทุกราย

ในส่วนสายพระเวทด้านอักขระพระคาถาไม่เป็นที่เปิดเผยก
ันมากนักทราบเพียงแต่ว่าหลวงปู่หิ่มท่านสุดยอดในสายพ
ระเวทคาถามีอะไรแปลกๆอยู่เสมอในส่วนการสักยันต์นั้นห
ลวงพ่อเปิ่นท่านรับมาจากหลวงปู่หิ่มเต็มๆพ.ศ.๒๔๙๕หลว
งปู่หิ่มก็มรณภาพลงพ.ศ.๒๔๙๖-พ.ศ.๒๖๑๖พระอธิการทองอยู่ปทุมรตนเป็นเจ้าอาวาสพ.ศ.๒๕
๑๘-พ.ศ.๒๕๔๕พระอุดมประชานาถ(หลวงพ่อเปิ่น)เป็นเจ้าอาวาส
ความเป็นมาของอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระนั้นไม่มีกา
รบันทึกเอาไว้ว่าสร้างในสมัยใดมีเพียงการคาดคะเนเอาต
ามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคำนวณเอาจากอายุของเ
นื้อแท้ของถาวรวัตถุลักษณะโบสถ์เป็นแบบมหาอุตม์พื้นท
ี่ภายในกำแพลงแก้วยกดินสูงมีสถูปเจดีย์ล้อมรอบสี่ด้า
นด้านหน้าหันออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน)ด้านหน้าม
ีเรือสำเภาก่ออิฐถือปูนกลางลำเรือก่อขึ้นไปเป็นเจดีย
์เป็นการบ่งให้ทราบว่าแถบถิ่นแถวนี้มีการค้าขายกันทา
งเรือเมื่อชุมชนขยายผู้คนเข้ามาอาศัยกันมากขึ้นล่วงม
าจนหลวงปู่หิ่มท่านเล็งเห็นว่าอุโบสถหลังเก่านั้นเล็
กเกินไปเมื่อทำสังฆกรรมจึงไม่ค่อยสะดวกไม่พอที่จะรอง
รับญาติโยมเป็นจำนวนมากและสภาพของโบสถ์นั้นก็ชำรุดทร
ุดโทรมไปตามกาลเวลาโบสถ์หลังใหม่ของวัดบางพระจึงกำเน
ิดขึ้นมาในสมัยนั้นในการสร้างโบสถ์หลังใหม่นั้นท่านไ
ด้เกณฑ์พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านมาช่วยกันทำโดยการชักล
ากไม้ในป่าแถวนั้นเล่ากันต่อๆมาว่าพื้นที่แถบนั้นยัง
เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่านา
นาชนิดโดยมีชาวบ้านมาช่วยกันอย่างมืดฟ้ามัวดินทั้งนี
้เป็นเพราะบุญบารมีของหลวงปู่หิ่มนั่นเองโบสถ์หลังให
ม่ที่หลวงปู่หิ่มสร้างใหม่นั้นค่อนข้างใหญ่โตในละแวก
คุ้งน้ำนครชัยศรีนับ
เนื่องแล้วเวลานั้นถือเป็นหนึ่งได้ทีเดียวเสาที่สร้า
งโบสถ์เป็นไม้ขนาดใหญ่ส่วนเพดานโบสถ์ปูด้วยแผ่นไม้กร
ะดานทั้งหมดภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต(พระประ
ธาน)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหลวงพ่อโตเป็นพระ
พุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากในช่วงก่อนสงคราม
โลกครั้งที่๒เคยปรากฏว่ามีคนเห็นองค์หลวงพ่อโตมีน้ำต
าไหลออกมาจากพระเนตรทั้งสองสาธุชนที่เข้าบนบานต่อองค
์หลวงพ่อโตมักจะประสบผลสำเร็จในทุกอย่างการบนบานหลวง
พ่อโตท่านชอบว่าวจุฬาและประทัด

หลวงปู่หิ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๗๐
จนกระทั่งล่วงมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่อเปิ่นปกครองวัดบ
างพระศาสนวัตถุเริ่มทรุดโทรมลงไปโบสถ์ที่ทำสังฆกรรมซ
ึ่งทำมาจากไม้เริ่มผุกร่อนเพดานโบสถ์หักพังมีรูรั่วอ
ยู่ทั่วไปฝนตกลงมาพระภิกษุสงฆ์ทำสังฆกรรมไม่สะดวกได้
รับความเดือดร้อนกันมากจึงเริ่มที่จะทำการบูรณะกันให
ม่เปลี่ยนจากเสาไม้มาเป็นเสาปูนเพดานก็เทคานพื้นเพดา
นเทปูนทั้งหมดเพื่อความคงทนในการบูรณะนั้นค่อนข้างจะ
เป็นงานใหญ่เพราะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากช่วงนั
้นสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีร้านค้าบริษัทโรงงานได้ปิดกิจกา
รเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังหลวงพ่อเปิ่นในสมันนั้นยังไม
่ค่อยมีชื่อเสียงมากมายสักเท่าไหร่ถนนหนทางที่เข้าไป
ยังวัดบางพระยังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อพอฝนตกลงมาสภาพ
ถนนกลายเป็นโคลนตมสาะชนที่เข้าไปในวัดบางพระในเวลานั
้นเข้าไปด้วยพลังศรัทธาอันสูงส่งต่อหลวงพ่อเปิ่นเข้า
กราบด้วยศรัทธาอันใสบริสุทธิ์
บุญบารมีของหลวงพ่อเปิ่นในการจรรโลงพระศาสนาในการสร้
างศาสนวัตถุแม้ท่านจะลำบากตรากตรำทำงานหนักเพียงใดท่
านไม่เคยบ่นหรือย่อท้อยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มไปด้วยเมตตา
ธรรมอันสูงส่งเมตตาธรรมที่ท่านมอบให้กับสาธุชนที่เข้
ากราบสาธุชนที่เดือดร้อนทุกข์ยากพระเครื่องเหรียญวัต
ถุมงคลที่ท่านมอบให้ไปนั้นเกิดเป็นประสบการณ์อย่างมา
กมายจนถึงปัจจุบันต่างยอมรับกันว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านเ
ป็นพระแท้ที่สร้างสมบารมีด้วยการพัฒนาจนลือเลื่องยอม
รับกันไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศในเวลานี้
ลำดับเจ้าอาวาส
รูปที่ ๑ ฯลฯ พ.ศ. ถึง พ.ศ.
รูปที่ ๒ ฯลฯ พ.ศ. ถึงพ.ศ.
รูปที่ ๓ พระอธิการเฒ่า พ.ศ.๒๓๓๐ ถึง พ.ศ.๒๓๗๙
รูปที่ ๔ พระอธิการวัชร ์พ.ศ.๒๓๘๐ ถึง พ.ศ.๒๔๑๙
รูปที่ ๕ พระอธิการแพ พ.ศ.๒๔๒๐ ถึง พ.ศ.๒๔๔๐
รูปที่ ๖ เจ้าอธิการหิ่ม อินฺทโชโต พ.ศ.๒๔๔๑ ถึง พ.ศ.๒๔๙๕
รูปที่ ๗ พระอธิการอยู่ปทุมรัตน พ.ศ.๒๔๙๖ ถึง พ.ศ.๒๕๑๖
รูปที่ ๘ พระอุดมประชานาถ(เปิ่น ฐิตคุโน) พ.ศ.๒๕๑๗ ถึง พ.ศ.๒๕๔๕
รูปที่ ๙ พระครูอนุกูลพิศาลกิจ(สำอาง ปภสฺสโร) พ.ศ.๒๕๔๕
ถึงปัจจุบัน
สังกัดมหานิกาย
อยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ตำบลวัดละมุด(วัดศรีมหาโพธิ์)
อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมภาค ๑๔

อันนี้วังมัจฉา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 034-389-333 มีเรือไปตลาดน้ำลำพญา เวลา 11.30 น. และ 14.00 น.
โทร. 0 3438 9333
การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 3233 กิโลเมตรที่ 10-11
ข้อมูลประวัติ
เกิด วันอาทิตย์ที่
9
กันยายน 2466
ณ ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี เป็นบุตรของ นายฟัก
แม่ยวง ภู่ระหงษ์
อุปสมบท วันที่
23
พฤษภาคม 2491
ณ วัดบางพระ
มรณภาพ พ.ศ.2545
รวมสิริอายุ
79
ปี
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
หลวงพ่อเปิ่น
ท่านเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกองค์หนึ่งที่มีการจัดสร้างวัตถุมงคลเอาไว้มากมายหลายรุ่น
ทั้งออกในนามของวัดเอง หรือวัดอื่น ๆ
อีกทั้งในนามหน่วยงานราชการ เอกชน และลูกศิษย์ลูกหากลุ่มต่าง ๆ
แต่วัตถุมงคลรุ่นแรก ๆ ของท่านที่ได้รับความนิยมกันมาก ได้แก่
เหรียญรุ่นพิเศษ ปี 2519
เหรียญเสมา ออกวัดโคกเขมา รูปเหมือนปั๊มออกวัดโคกเขมา ปี
2506
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง
เมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยว
|