|
หลวงพ่อพริ้ง
อินทโชติ วัดบางปะกอก กรุงเทพฯ

ลักษณะของสถานที่
ตั้งอยู่เลขที่
86 หมู่ที่ 1 ซอยสุขสวัสดิ์ 19 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงราษฎร์บูรณะ
เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร
เดิมเป็นวัดโบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาได้กลายเป็นวัดร้างเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา
ครั้งที่ 2
จากการที่ทำเลที่ตั้งของวัดอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มและอยู่ริมคลอง
ประมาณปี 2325 จึงมีผู้คนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน
บริเวณวัดเป็นจำนวนมาก
หลังจากที่ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเสร็จแล้วก็ได้ขนามนามตามชื่อคลองว่า
"วัดบางปะกอก" และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี 2327
โดยมีเจดีย์อยู่ 2 องค์
สร้างเป็นแบบศิลปะมอญและศิลปะเขมร มีวิหารอยู่ 2 หลัง
หลังแรกสร้างด้วยปูนเป็นศิลปะแบบเขมร
ส่วนหลังที่สองสร้างด้วยไม้สัก มีลวดลายฉลุ
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
ส่วนหอไตรสร้างเป็นทรงไทยอยู่กลางสระน้ำ
วัดนี้มี " หลวงปู่พริ้ง" เป็นที่เคารพบูชาของชาวราษฎร์บูรณะ
ที่อยู่
เขตราษฎร์บูรณะ
สถานที่ติดต่อ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร โทร.0-2225-7612-5
ข้อมูลประวัติ
เกิด ปี
2402
(ปีมะเมีย) ณ ต.บางปะกอก อ.ราษฎร์บูรณะ ธนบุรี เป็นบุตรของ นายทศ
นางสุ่น
บรรพชา ณ
วัดราชสิทธาราม (พลับ)
อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางปะกอก
ปี 2435
เวลา 15.35
น.
มรณภาพ ปี
2490
โดยประวัติของท่านมีนามเดิมว่า
พริ้ง เอี่ยมเทศ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2412 เป็นชาวบางปะกอก
อำเภอราษฎร์บูรณะ เริ่มเรียนหนังสือด้วยการบวชเป็นสามเณรที่
วัดราชสิทธาราม (วัดพลับ) กระทั่งอายุครบ 20
จึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่ วัดทองนพคุณ อ.คลองสาน
แล้วจึงไปจำพรรษาที่ วัดบางปะกอก
จวบกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสครองวัดบางปะกอกจนกระทั่งมรณภาพ
หลังจากเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว หลวงพ่อพริ้ง
ก็ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งภาษาไทยและบาลีจนแตกฉาน
ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้าน วิปัสสนากรรมฐาน
จึงทำการฝึกฝนทางด้านนี้อย่างจริงจังรวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมอีก
กับคณาจารย์ต่าง ๆ หลายสำนัก ทำให้ท่านมีชื่อ
เสียงเด่นดังทั้งทางด้าน คงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม แถมด้วย
วิชาแพทย์แผนโบราณ อีกด้วยเพื่อนำมาสงเคราะห์ต่อชาวบ้านในสมัยนั้น
โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ได้รับนิมนต์ให้ไปร่วมประกอบพิธีหล่อและพุทธาภิเษก
พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ วัดสุทัศน์ )
ซึ่งมีพระคณาจารย์ชื่อดังหลายสิบรูปมาร่วมพิธีครั้งนี้ปรากฏว่า
แผ่นยันต์ ที่หลวงพ่อพริ้งทำการจารอักขระ
และได้นำไปใส่ในเบ้าหลอมรวมกับของคณาจารย์รูปอื่น ๆ ไม่ยอม
หลอมละลายเลย
เกิดเป็นปรากฏการณ์อันอัศจรรย์ให้เล่าขานมาถึงทุกวันนี้
โดยต้องนิมนต์ท่านมาทำการท่องมนต์กำกับแผ่นจารจึงละลายในเวลาต่อมา
หรือในสมัยที่ก่อเกิด สงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2
(ระหว่าง พ.ศ. 248085)
วัดบางปะกอกก็เป็นอีกวัดหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปได้มาขอพึ่งพาเป็นที่หลบภัย
ทั้ง ๆ
ที่วัดอยู่ไม่ไกลจากอู่ต่อเรือของทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างฐานทัพในประเทศ
ไทยเท่าใดนัก
โดยช่วงนั้นฝ่ายพันธมิตรได้นำเครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อทำลายฐานที่มั่นของ
ทหารญี่ปุ่นมากมายหลายสิบลูก
แต่ไม่มีระเบิดแม้แต่ลูกเดียวที่จะหลงหลุดลอยมาถึงวัดบางปะกอกได้เลย
ทั้งนี้เป็นเพราะ หลวงพ่อพริ้ง
ได้ทำพิธีขจัดปัดเป่าจึงทำให้บริเวณวัดบางปะกอกและใกล้เคียงรอดพ้นจากลูกหลง
โดยสิ้นเชิง
ทำให้ประชาชนชาวบางปะกอกสมัยนั้นต่างไม่มีใครลืมเหตุการณ์ในยุคนั้นได้เลย
ด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงท่านจึงโด่งดังมากเป็นผลให้ประชาชนทั่วสารทิศทั้งใกล้
ไกล
ต่างมุ่งไปขอวัตถุมงคลจากท่านรวมทั้งไปให้ท่านช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง
ๆ อีกด้วย
ซึ่งท่านก็ไม่เคยปฏิเสธผู้ใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าใหญ่นายโตหรือประชาชนธรรมดา
สามัญ
หากไปขอให้ท่านช่วยสงเคราะห์แล้วเป็นได้รับเมตตาช่วยเหลือเสมอเหมือนกันหมด
ท่านจึงทำการสร้าง วัตถุมงคล
ขึ้นมากมายหลายชนิดแจกจ่ายกันไปตามแต่ผู้มาขอต้องการ
ส่วนที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมเสาะหาก็มีทั้ง ลูกอมเนื้อผง,
ตะกรุด, ผ้ายันต์, เสื้อยันต์, พระพิมพ์ต่างๆ
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
วัตถุมงคลของท่านที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เหรียญรุ่นแรก
สร้างปี 2483
มีเนื้อเงิน และเนื้อทองแดง ซึ่งสมณศักดิ์ที่ระบุอยู่บนเหรียญเป็นความผิดพลาดมาแต่การสร้างเบื้องต้น
เนื่องจากสับสนกับของหลวงพ่อวงศ์ วัดมะกอก เพราะสมณศักดิ์ของหลวงพ่อพริ้ง
คือ พระครูประศาสน์สิกขกิจ ไม่ใช่พระครูวิสุทธิ์ศิลาจารย์
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง เมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยว
|