|
หลวงพ่อม่วง จันทสโร วัดบ้านทวน กาญจนบุรี

วัดบ้านทวน
ตั้งอยู่ตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
เป็นวัดประจำท้องถิ่น
มีหลวงปู่ม่วงเป็นพระเกจิที่ชาวบ้านเคารพนับถือ
ปัจจุบันได้มรณภาพแล้ว
แต่ทางวัดได้จัดสร้างรูปเหมือนท่านโดยนำประดิษฐาน ณ
มณฑปหลวงปู่ม่วง เปิดให้เข้านมัสการกราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคลในทุกเช้าวันพระ
สิ่งสำคัญภายในวัดคือ
พระอุโบสถ ก่ออิฐฉาบปูน มีพาไลด้านหน้าประตู
อยู่ด้านทิศตะวันออกสองช่อง หน้าบันด้านทิศตะวันตกมีลวดลายปูนปั้น
ประกอบด้วยเครื่องถ้วยจีนมีลายเครือเถา ช้างเอราวัณ ตรี
สิงห์ยืนคาบเครือเถา
ช่องพาไลทั้งสองข้างมีภาพเขียนสีประกอบปูนปั้นรูปค้างคาวและปลา
หน้าปันด้านทิศตะวันตกมีลวดลายปูนปั้น รูปเครือเถา
ประกอบด้วยเครื่องถ้วยจีน ด้านล่างมีรูปนกยูง ๒ ตัว
ประกอบกับเครื่องเถาและลายจีน
ช่องพาไลทั้งสองข้างนี้ลวดลายแต่งเลื่อมมาก
หลังคาสองชั้นมุงด้วยกระเบื้องหน้าวัว มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้ฉลุ
มีหน้าต่างสองด้าน ด้านละสามช่อง เหนือวงกบหน้าต่างมีลวดลายดอกไม้
ประตูด้านทิศตะวันออก เสา กรอบประตู มีลายเขียนสีดอกไม้และรูปสัตว์
เช่น นก ปลา ซุ้มทำเป็นนนาคสะดุ้ง หน้าบันเป็นรูปครุฑหยุดนาค
ประตูไม้เกลี้ยงไม่มีลวดลาย
ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารชั้นเดียวสร้างด้วยไม้และปูน
ด้านทิศเหนือมีอาสนะสงฆ์และพระพุทธรูปปูนปั้น หลังคามุงกระเบื้องหย้าวัวสามชั้น
มีนาคสะดุ้งใบระกา ช่อฟ้า หางหงส์รูปพยานาค กว้างประมาณ ๑๖ เมตร
ยาว ๒๑.๕๐ เมตร
มณฑป ทรงจตุรมุข ยอดทรงเจดีย์สี่เหลี่ยม ฐานกว้าง ๑๒ เมตร
มีประตูทางเข้าทั้งสี่ด้าน มีลานประทักษิณ ก่ออิฐฉาบปูน
มีลวดลายปูนปั้น ทาสี หน้าบันทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
เป็นรูปครุฑและลายเครือเถา
เจดีย์ ตั้งอยู่หลังพระอุโบสถ ก่ออิฐฉาบปูน เป็นเจดีย์ทรงกลม
องค์ระฆังรูปโอคว่ำ บัลลังก์รูปสี่เหลี่ยม ปล้องไฉนกลม
ปลียอดหักพังลงมาหมดแล้ว ฐานเจดีย์กว้าง ๙ เมตร ซุ้มประตู
เหลือเฉพาะซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกและด้านทิศใต้ ก่ออิฐฉาบปูน
เสารูปสี่เหลี่ยมไม่มีลวดลาย หลังคาทรงจั่ว
หน้าบันของซุ้มประตูด้านทิศใต้มีนาคสะดุ้ง
ใบระกาและหน้าบันมีลวดลายบัวสี่เหล่า
ส่วนด้านทิศตะวันออกหลังคาคล้ายรูปฐานเจดีย์ สิงห์ปูนปั้น
คงเหลือแต่ส่วนหัว เป็นสิงห์ไทยตามแบบสมัยอยุธยา
ข้อมูลประวัติ
เกิด วันอังคาร ขึ้น
8
ค่ำ เดือน 3
ปีมะแม ปี 2366
ณ บ้านทวน อ.พนมทวน กาญจนบุรี เป็นบุตรของ นายมั่น นางโย
อุปสมบท ปี
2387
ขณะอายุ 21
ปี ณ พัทธสีมาวัดบ้านทวน
มรณภาพ ปี
2484
รวมสิริอายุ
89
ปี 68
พรรษา
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
เหรียญรุ่นแรก
สร้างเนื่องในโอกาสรับพระราชทานสมณศักดิ์ มี
2
ชนิด คือ เหรียญปั๊ม และเหรียญหล่อ เหรียญปั๊ม
มีพิมพ์หน้าแก่ และหน้าหนุ่ม และหน้าโบราณ เหรียญหล่อ
มีพิมพ์ยันต์ใหญ่ และพิมพ์ยันต์เล็ก
โดยสังเกตจากขนาดของตัวอักขระ บริเวณของเหรียญ
สำหรับวัตถุมงคลอื่น ๆ ประกอบไปด้วย แหวนพิรอด ทั้งพิรอดนิ้ว
และพิรอดแขน
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง
เมตตามหานิยม
รวมแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอเมือง
จังหวัด กาญจนบุรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม
เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง
สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ
อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด ์ประมาณ 61,700 คน
และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก
มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร ์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า
ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น
การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก
ความทารุณของสงครามและโรคภัย
ตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง
ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีบริการรถราง fairmong ทุกวัน
โดยวันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา 08.00-09.30 น. , 11.20-14.00 น.,
15.00-16.00 น.และ 18.00-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา
08.00-09.30 น. , 11.20-14.00 น.และ 18.00-18.30 น.
ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง
จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทาง
ทิศตะวันตก จนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด
ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย300 กิโลเมตร
ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2485
ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2486
เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า
หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง
บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม
ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร
ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก
โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ
ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย
ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก
การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน
และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
และวันหยุดราชการ
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว
เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่
2 อันได้แก่อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม
และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น
นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น
แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่
่เวลา 08.00-18.00 น.
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข 323) ก่อนจะเข้าตัวเมือง
สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ
ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา
สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก
จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า
เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ
สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์
ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ
การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ
พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.
วัดถ้ำมังกรทอง
อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง
ตั้งอยู่เชิงเขา วัดนี้สร้างขึ้นในปี 2447
เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขา
โดยราวบันไดขึ้นสู่ถ้ำสร้างเป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ
มีบันไดทั้งหมด 95 ขั้น
ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตดูน่าเกรงขาม
วัดถ้ำมังกรทองยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ
ที่เรียกกันว่า แม่ชีลอยน้ำ
ค่ายฝึกเขาชนไก่
ตั้งอยู่ที่ตำบลลาดหญ้า ห่างจากกรุงเทพฯ 150 กิโลเมตร
ไปตามทางหลวงหมายเลข 3199 ( กาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ )ประมาณ 3
กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 20 กิโลเมตร
เป็นสถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร
ในเวลาเสร็จสิ้นการฝึกจะเปิดเป็นค่ายฝึกสำหรับประชาชนทั่วไปเข้าชม
พร้อมสนุกกับกิจกรรมทดสอบกำลังใจของทหารอาทิเช่น
การโดดหอสูง การยิงปืน การไต่เชือกข้ามลำน้ำ
ชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีที่พักไว้บริการ
อำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
หรือ ที่นิยมเรียกกันว่า ปราสาทเมืองสิงห์
อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่าประมาณ 7 กิโลเมตร
เดินทางไปตามทางหลวง หมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค
จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก7
กิโลเมตร
เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
มีเนื้อที่ประมาณ 800 กว่าไร่ กำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง
880 เมตร โดยได้รับอิทธิพลทางศาสนา และวัฒนธรรม จากกัมพูชา
ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง คูน้ำ และแนวคันดิน
รูปแบบสถาปัตยกรรมและประติมากรรมสร้างตามลักษณะขอมแบบบายน
ตรงกับสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ของประเทศกัมพูชาที่มีลักษณะช่างท้องถิ่นผสมอยู่
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา
08.00-16.30 น.
หมู่บ้านช้างไทรโยค
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านลุ่มผึ้ง ตำบลลุ่มสุ่ม มีกิจกรรมล่องแพ
นั่งช้างชมป่าธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีการแสดงช้างทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 14.00-15.00 น. การเดินทาง
จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามเส้นทางไทรโยค-ทองผาภูมิ
ประมาณกิโลเมตรที่ 45 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือ ทางรถไฟ
ลงรถไฟที่สถานีวังโพธิ์ เปิดทุกวันเวลา 09.00-15.30 น.
ถ้ำกระแซ
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 55 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 323
กิโลเมตรที่ 2930
ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า
ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรีน้ำตก
ซึ่งเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถไฟน้ำตก
ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่
มองจากปากถ้ำมาที่บริเวณทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามและมองเห็นแม่น้ำแควน้อยเบื้องล่าง
บริเวณนี้เป็นจุดที่สร้างทางรถไฟยากที่สุดเนื่องจากเส้นทางโค้งเลียบเขาและด้านล่างเป็นแม่น้ำแควน้อย
น้ำตกไทรโยคน้อย
เดิมเรียก น้ำตกเขาพัง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ)
กิโลเมตรที่ 46 เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี
บริเวณน้ำตกมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น
โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมจะมีน้ำมากในอดีตเมื่อพ.ศ.2431
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
เสด็จประพาสบริเวณน้ำตกไทรโยค นอกจากนี้บริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่
2
มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตกเข้าสู่ประเทศพม่า
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก
พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
และวันหยุดราชการ
วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน
แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์เสือในจังหวัดกาญจนบุรีมีสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงนานาชนิดอยู่ด้วยกันอย่างอิสระตามธรรมชาติ
เช่น เก้ง กวางหมูป่า ชะนี นกยูง ไก่ป่า ม้า ควาย แพะ ักท่องเที่ยวจะพบเห็นการอยู่ร่วมกันของสัตว์ป่านานาชนิดโดยสันติและเป็นเพื่อนที่ดีต่อพระและผู้คนทั่วไป
ที่นี่เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. (ตั้งแต่เวลา 15.30
เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปชมเสือโคร่งได้)
อำเภอทองผาภูมิ
ิพุน้ำร้อนหินดาด
เดิมเรียกว่า น้ำพุร้อนกุยมั่ง
การเดินทางสามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่
105106 อยู่ห่างจากตัวเมือง กาญจนบุรี 130 กิโลเมตร
พุน้ำร้อนหินดาดเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร อุณหภูมิประมาณ
45-55 อาศาเซลเซียส ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่
2และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ
เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนแห่งนี้
มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา
ไขข้ออักเสบ
นักท่องเที่ยวสามารถลงอาบน้ำในบ่อได้และยังมีลำธารน้ำเย็นไหลอยู่ด้านล่างบ่อน้ำร้อน
เขื่อนวชิราลงกรณ
เดิมชื่อ เขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร
สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิไปประมาณ
6 กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง
92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย
เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ มีความสวยงามตามธรรมชาติ
บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าล่องเรือแพเที่ยวในทะเลสาบเหนือเขื่อนได้
มีแพพักแพล่องมากมายอยู่บริเวณเลยทางเข้าเขื่อนไป 3 กิโลเมตร
สำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำและสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิ
บนเกาะกลางน้ำซึ่งต้องนั่งเรือ จากเขื่อนไป 1 ชั่วโมง
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ิ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก
มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่
อยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 กิโลเมตร
ตามทางหลวง 3272 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด
สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่งคือ ดอยต่องปะแล
ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร
เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล
ส่วนเนินกูดดอย สามารถนำรถขึ้นไปจอดได้
เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณและเขาช้างเผือกภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ
และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทางคือ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น น้ำตกผาแป
น้ำตกเจ็ดมิตร ต้องติดต่อว่าจ้างเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง
น้ำตกเหล่านี้อยู่ในเขตตำบลปิล๊อก ซึ่งเดิมเป็นเหมืองแร่ดีบุก
วุลแฟรม ตั้งอยู่พรมแดนไทย-พม่า อุดมด้วยป่าดิบ
ปกคลุมด้วยหมอกเกือบตลอดทั้งปี
เหมืองปิล็อก
ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ
70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 มีการทำเหมืองแร่ดีบุก
วุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า
ระหว่างทางสามารถแวะชมปิล็อกฮิลล์
สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว
ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ 32 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีน้ำตกสวยงามหลายแห่งซึ่งการจะเข้าถึงน้ำตกจะต้องใช้การเดินเท้า
เช่น น้ำตกจ๊อกกะดิ่น และน้ำตกเจ็ดมิตร
การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว
อำเภอสังขละบุรี
สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร
ไปตามทางหลวงหมายเลข323 เส้นทางนี้ตัดผ่านภูเขาเลียบทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ
จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบที่งดงาม ตัวอำเภอสังขละบุรีตั้งอยู่บริเวณที่ลำน้ำสามสายมาบรรจบกันอันได้แก่
ห้วยซองกะเลีย ห้วยบีคลี่และห้วยรันตี รวมเรียกว่าสามประสบ
ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย อำเภอสังขละบุรีเป็นอำเภอที่มีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
จึงสามารถพบเห็นวิถีชีวิตประเพณีเก่าแก่แบบดั้งเดิมของชาวมอญ ณ
ที่แห่งนี้
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 190 กิโลเมตร
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่
40 ก่อนถึงอำเภอสังขละบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร
พื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรีป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ(เขาแหลม)
เป็นต้นน้ำของแม่น้ำแควน้อย มีพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร
บริเวณอุทยานฯร่มรื่น มีห้วยกะเต็งเจ็งไหลผ่าน
สามารถกางเต็นท์พักแรมได้และมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปน้ำตกกะเต็งเจ็ง
วัดวังก์วิเวการาม
อยู่เลยจากตัวอำเภอสังขละบุรีไปประมาณ 6 กิโลเมตร
เป็นวัดจำพรรษาของ หลวงพ่ออุตตมะ
ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ
รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น
ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่า
หลวงพ่อขาว จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 กิโลเมตร
จะเป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา
ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร
บริเวณใกล้เจดีย์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากพม่าหลายร้านจำพวกผ้า
แป้งพม่า เครื่องไม้ ราคาย่อมเยา ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
มีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรมต่างๆ
ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก
การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่น การรำแบบมอญ
การรำตงของชาวกะเหรี่ยง
และในงานประชาชนจะพร้อมใจกันแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมของชาวไทยรามัญและจัดเตรียมสำรับอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด
ด่านเจดีย์สามองค์
เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู
ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร
จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18
กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า
หินสามกอง
เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า
ต่อมาในปีพ.ศ.2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่าในอดีต
บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า
นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู
ในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้า
ของพม่าจำหน่าย
เที่ยวป่าสังขละบุรี
เป็นบริการนำเที่ยวของสถานที่พักในเขตอำเภอสังขละบุรี
โดยจัดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือไปตามลำน้ำซองกะเลีย
แล้วต่อด้วยการนั่งช้างเที่ยวป่าและล่องแก่ง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอสังขละบุรี
จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ยอดเขาสูงสุดคือ เขาใหญ่
อยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ เป็นต้นน้ำของลำธารหลายสาย
มีป่าไม้หลายชนิดประกอบด้วยทุ่งหญ้าป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง
และป่าดงดิบ
มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอำเภอศรีสวัสดิ์
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
เดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ มีเนื้อที่ 343,735 ไร่
ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณเนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ
มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกเอราวัณ อยู่ห่างจากตัวเมือง
65 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่
ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง 2,100 เมตร
น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น
แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้
และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร
ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ผ่านป่าดิบเขา
จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม
ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติและได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย
ในบริเวณอุทยานฯมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว
เขื่อนศรีนครินทร์
อยู่ห่างจากน้ำตกเอราวัณ ประมาณ 4 กิโลเมตร
ทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่
เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกั้นแม่น้ำแควใหญ่
เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่อำนวยประโยชน์ทั้งในด้านการชลประทาน
การลดอุทกภัยในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง รวมทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า
การประมง
และเหนือสันเขื่อนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
เขื่อนศรีนครินทร์อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ70 กิโลเมตร
บนทางหลวงสาย 319
อำเภอบ่อพลอย
บ่อพลอยอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ
47 กิโลเมตร ในตัวอำเภอบ่อพลอยมีร้านขายพลอยอยู่หลายร้าน
พลอยที่ได้จากการทำเหมืองอุตสาหกรรมได้แก่ พลอยไพลิน นิล
และบุษราคัม
สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3086
(กาญจนบุรี-บ่อพลอย) จนถึงกิโลเมตรที่ 21
จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ
นับเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรี
ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิดเช่น กวาง หมี เสือ
สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด
นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง หรือ
สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำรถส่วนตัวมา
ทางสวนสัตว์ได้จัดรถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
ไปตามเส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ประมาณ 27 กิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ
อำเภอศรีสวัสดิ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน
และประกอบด้วยที่ราบระหว่างหุบเขา
เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแควใหญ่ ยอดเขาสูงที่สุด คือ
เขาหัวโล้นสูงประมาณ 1,170 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
จัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย
เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3
เส้นทาง คือ 1.เส้นห้วยลำอีซู 2.เส้นห้วยสะด่อง 3.เส้นทุ่งสลักพระ
และยังมีเส้นทางที่สามารถเดินไปชมทิวทัศน์ริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์
ห้วยแม่ละมุ่น
กิจกรรมที่น่าสนใจ
- ดูดาว หอดูดาวเกิดแก้ว
- เดินป่า
- จักรยานภูเขา
- ล่องแก่ง แคนู
- ขี่ช้างชมธรรมชาติ
- ดูนก
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
บ้านหนองขาว
เป็นชื่อตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12
กิโลเมตร
ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงดำเนินชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายในสังคมเกษตรกรรม
สภาพบ้านเรือนแบบไทยสมัยก่อนยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป
วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมแบบโบราณยังคงได้รับการสืบทอดกันมาช้านาน
โฮมสเตย์บ้านเขาเหล็ก
บ้านเขาเหล็กเป็นหมู่บ้าน ชาวกะเหรี่ยงเล็ก ๆ อยู่ในตำบลเขาโจด
อำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นหมู่บ้านอยู่ใจกลางหุบเขา
ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ มีธรรมชาติสวยงาม ชาวบ้าน
ส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ และหาของป่ามีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย
โดยอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก มีประเพณีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง
ที่ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ไร่คุณมน ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองกุ่ม
อำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 35 กิโลเมตร
เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน
สวนผักปลอดสารพิษและโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นานาชนิด อาทิ
น้ำนมข้าวโพด น้ำผัก กล้วย/ขนุนอบแห้ง กระยาสารทเคลือบน้ำผัก อาหารชีวจิตบนพื้นที่
150 ไร่ ด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย สร้างอาชีพให้กับชุมชนท้องถิ่น
สามารถเข้าชมสวนเกษตร
ชมขั้นตอนการผลิตได้อย่างใกล้ชิดและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆได้
สวนอรอนงค์ชวนชม ตั้งอยู่ตรงข้ามอนามัยตลาดเขต อำเภอพนมทวน
ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร
ไปตามถนนสายกาญจนบุรี-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 324)
เป็นสวนเพาะพันธุ์ต้นชวนชมที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี
บนพื้นที่ 40 ไร่ มีชวนชมหลากหลายพันธุ์ให้ดอกชวนชมสีสันสดสวยงาม
วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
รำเหย่ย
เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวกาญจนบุรีมาแต่บรรพกาลราวๆ 500
ปีเศษมาแล้ว จะเล่นกันในเทศกาลตรุษสงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น
วิธีการเล่นคือ ฝ่ายชายฝ่ายหญิงยืนล้อมวงกัน มีการร้องนำ ร้องแก้
และลูกคู่ ร้องรับพร้อมปรบมือเป็นจังหวะ
ขณะร้องแก้นั้นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะออกมาร่ายรำทีละคู่เปลี่ยนกันไป
มีกลองยาวหนึ่งวง การแต่งกาย ชายนุ่งโจงกระเบน
ใส่เสื้อคอกลมผ้าขาวม้าพาดไหล่ หญิงแต่งชุดไทยห่มสไบเฉียง
ปัจจุบันนิยมเล่นกันในเขตท้องที่อำเภอพนมทวนเท่านั้น
เทศกาลงานประเพณี
ีงานวันอาบน้ำแร่แช่น้ำตก
จัดขึ้นบริเวณพุน้ำร้อนหินดาด หมู่ 5 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ
ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
ภายในงานมีกิจกรรมออกร้านผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
นิทรรศการการท่องเที่ยวของอำเภอทองผาภูมิ
นักท่องเที่ยวยังจะได้อาบน้ำแร่ที่พุน้ำร้อนหินดาดและเที่ยวชมความงามของน้ำตกผาดาด
งานเทศกาลชาวเรือชาวแพ
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่บริเวณถนนสองแคว
ริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี ภายในงานมีกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน
การแสดงมหกรรมลูกทุ่ง
นิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง
และการแข่งขันกีฬาทางน้ำประเภทต่างๆ อาทิ เรือยาว เรือเร็ว เจ็ตสกี
เป็นต้น
งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว
จัดขึ้นทุกปีบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ในราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะและสะพานข้ามแม่น้ำแคว
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
มีการแสดงนิทรรศการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน
การออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ กิจกรรมบันเทิงและการแสดงแสงและเสียง
|