|
หลวงพ่อบุญมี พระหมโชติโก วัดอ่างแก้ว กรุงเทพฯ

วัดอ่างแก้ว
วัดอ่างแก้วเป็นวัดหนึ่งในเขตภาษีเจริญ
กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกายมีพระเกจิอาจารย์ที่สำคัญ
คือท่านพระครูพรหมโชติวัฒน์ ที่ร่ำลือเรื่องพุทธคุณ บริเวณวัด
ตั้งอยู่ริมคลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ทิศเหนือติดต่อกับคลองภาษีเจริญ ตลอดแนวยาว 114 เมตร
ทิศตะวันออกตกคลองขวาง มีอีกชื่อหนึ่งว่าคลองโคนอนระยะ 142 เมตร
ทิศใต้มีความยาว 117ติดต่อกับถนนพัฒนาการ (เดิม) ปัจจุบันคือถนนเทอดไท
ทิศตะวันตกติดต่อกับ โรงเรียนวัดอ่างแก้ว ( จีบ ปานขำ ) ระยะ 117
เมตรและที่ดินเอกชน
ลักษณะพื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มติดคลองทั้งด้านหน้าและด้านข้าง
มีกำแพงก่ออิฐถือปูนกั้นตรงชิดถนน เป็นเขตประตูเข้าออกของวัด
วัดนี้มีลักษณะพิเศษคือ ด้านหน้าวัดนั้นมีลานสนามทราย
ซึ่งเป็นวัดนี้เป็นวัดที่มีลานทรายด้านหน้าพระอุโบสถเหลือเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร
ซึ่งมีมาแต่โบราณ ในโอกาศวันขึ้นปีใหม่ไทย (วันสงกรานต์) ทุกๆ ปี
จะมีประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นที่ลานทรายแห่งนี้
และสรงนำหลวงพ่อโต
อีกทั้งยังมีจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถเรื่องพุทธประวัติที่สวยงามอีกด้วย
ประวัติความเป็นมาของวัด
วัดอ่างแก้วเป็นวัดโบราณ
บางตำรากล่าวว่ามีครั้งกรุงศรีอยุธยา
แล้วมาทำการบูรณะขึ้นอีกทีในสมัยรัชกาลที่ 3
บางตำราว่าสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2419
ตั้งแต่ได้ขุดคลองภาษีเจริญได้ 8 ปี
โดยท่านเจ้าคุณพระภาวนาโกศลเถระ (รอด)
ซึ่งแต่เดิมท่าได้จำพรรษาอยู่ที่วัดโคนอน
ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากวัดอ่างแก้วนี้นัก
ได้บอกบุญแก่ชาวบ้านให้ซื้อที่ดินและสัมภาระในการสร้างวัดนี้ขึ้น
เพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีของท่าน
เมื่อครั้งหลังการสร้างวัดต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาในสมัยนั้นบริจาคเรือนไทยไม้สักให้อีกหลายหลัง
(ในปัจจุบันนี้ยังมีอยู่หลายหลัง)
เมื่อไดจัดการเรียบร้อยแล้วจึงให้พระภิกษุที่เป็นสัทธิวิหาริกของท่านจำนวน
5 รูป มาอยู่จำพรรษา และแต่งตั้งให้พระอธิการเบี้ยว อิน.ทสุวณ.โณ
เป็นเจ้าอาวาส การสร้างอุโบสถได้กระทำการสร้างต่อมา
และเสร็จเรียบร้อยเมื่อปีฉลู พ.ศ. 2420 และได้รับ
พระราชทานวิสุงคามสีมาในปีเดียวกัน วัดอ่างแก้วนี้จึงมี
เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 19.25 เมตร ยาว 30.72 เมตร พร้อมทั้งทำการผูกพัทธสีมาในเดือนพฤษภาคม
พ.ศ. 2421
เกี่ยวกับชื่อวัดเดิมที่มีประวัติว่าทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบริเวณที่สร้างอุโบสถ
เดิมทีที่ดินมีลักษณะเป็นอ่างนํ้าใสขังอยู่ ท่านเจ้าคุณพระภาวนา
โกศลจึงถือเอาลักษณะที่ดินแห่งนั้น มาตั้งเป็นนามวัดว่า
วัดอ่างแก้ว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
หลวงปู่บุญมี พรหมโชติโก ( 6 ธันวาคม 2432 - 15 ธันวาคม 2524 )
อุปสมบท 1 มิถุนายน
2452ประวัติทางการศึกษาของวัดในสมัยโบราณแต่เดิมมา
วัดอ่างแก้วได้สนับสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมจากสำนักเรียนต่าง
ๆ ได้ตามอัธยาศัยเพื่อสำหรับการศึกษาของชาติ
ด้วยความต้องการของบุตรหลานของประชาชนในย่านบางหว้า
ได้มีโรงเรียนที่จะทำให้ให้บุตรหลานได้มีโอกาสเรียนหนังสือ
มีความรู้ อ่านออกเขียนได้ในระดับประถมศึกษา
จึงได้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนวัดอ่างแก้ว
โดยในระยะแรกใช้ศาลาวัดเป็นที่ศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่ปี 2475
และต่อมาวัดได้ให้ที่ดินสร้างโรงเรียนประชาบาลภายในวัด (
ซึ่งในปัจจุบันคือโรงเรียนอ่างแก้ว จีบ ปานขำ )
พร้อมทั้งสิ่งเสริมการศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาด้วย
รายนามเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีต -
ปัจจุบัน
รูปที่ 1 พระอธิการเบี้ยว อินฺทสุวณฺโณ
เป็นเมื่อ พ.ศ. 2420 ถึง พ.ศ. 2464
รูปที่ 2 พระอธิการพลอย สุวณฺโณ
รูปที่ 3 พระอธิการอุ่น พฺรหฺมสโร เป็นเมื่อ พ.ศ. 2479 ถึง พ.ศ.
2487
รูปที่ 4 พระครูพรหมโชติวัฒน์ (บุญมี พฺรหฺมโชติโก) เป็นเมื่อ พ.ศ.
2487 ถึงพ.ศ. 2524
รูปที่ 5 พระครูเขมาภิรม (เกษม สิริวฑฺฒโน) เป็นเมื่อ พ.ศ. 2526
ข้อมูลประวัติ
เกิด
วันศุกร์ที่ 6
ธันวาคม 2432
ตรงกับขึ้น 14
ค่ำ เดือนอ้าย ปีฉลู
อุปสมบท วันที่
1
มิถุนายน 2452
ณ พัทธสีมาวัดอ่างแก้ว ภาษีเจริญ
มรณภาพ วันที่
15
ธันวาคม 2524
เวลา 19.05
น.
รวมสิริอายุ
92
ปี 9
วัน 72
พรรษา
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมสูงสุด
คือ เหรียญเสมาใหญ่รูปเหมือนเต็มองค์ รุ่นแรก ปี
2503
มีเนื้อทองแดง เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง
นอกจากนี้แล้วยังมีวัตถุมงคลอื่น ๆ อีกมากมายหลายชนิด
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง เมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
|