|
หลวงปู่สี พินทสุวัณณณ วัดสะแก พระนครศรีอยุธยา

วัดสะแก
ตั้งอยู่เลขที่ 29 หมู่ที่ 7 ตำบลธนู
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดสงฆ์ ฝ่ายมหานิกาย
เดิมมีเนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 21 ตารางวา ต่อมาปี พ.ศ. 2522 หลวงปู่ดู่
พรหมปัญโญ ได้ มอบเงินให้ผู้ใหญ่เชิด
หัสถีรักษ์ ซื้อที่นาของนางมา ตรีวิทย์ กับนายสังเวียน พงษ์ดนตรี
เพิ่มอีกประมาณ 2 ไร่ และถมที่ด้านทิศตะวันออกของวัด
ซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์และเป็นที่สาธารณะอีกประมาณ 1 ไร่
โดยมีรายละเอียดดังนี้
โฉนดเลขที่ 10321 เล่มที่ 104 หน้า 21 มีเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 61
ตารางวา ออกให้ วันที่ 21 ตุลาคม 2525
โฉนดเลขที่ 12045 เล่มที่ 131 หน้า 45 มีเนื้อที่ 1 งาน 71 ตารางวา
ออกให้ วันที่ 17 สิงหาคม 2530
โฉนดเลขที่ 13066 เล่มที่ 131 หน้า 66 มีเนื้อที่ 3 งาน 52 ตารางวา
ออกให้ วันที่ 17 สิงหาคม 2530
รวมโฉนดทั้ง 3 แปลง มีเนื้อที่รวมเป็น 17 ไร่ 84 ตารางวา
มีที่ธรณีสงฆ์ 3 แปลง เนื้อที่ 76 ไร่ 1 งาน 24 ตารางวา
ทิศเหนือ ติดกับคลองบ้านธนู และคลองข้าวเม่า
ทิศใต้ ติดถนนสาธารณะ
ทิศตะวันออก ติดลำรางสาธารณะ ปัจจุบันได้ถมที่เป็นบางส่วน
ทิศตะวันตก ติดลำรางสาธารณะ ไหลจากท้องนาสู่คลองข้าวเม่า
วัดสะแก
เป็นวัดเก่าแก่ เดิมทีเดียวตั้งอยู่ที่วัดคลังทอง ( วัดโกโรโกโส
ในปัจจุบัน ) ตำบลข้าวเม่า
สร้างเป็นวัดขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา
และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. 2525
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา
และตีกรุงศรีอยุธยาแตก เผาวัดวาอาราม ไล่ฆ่าคนไทยตายเป็นจำนวนมาก
และขนเอาทรัพย์สินของคนไทยซึ่งนำไปฝังไว้ที่วัดคลังทองเป็นจำนวนมาก
พระยาตากสินต่อสู้กับพม่าและตีทหารพม่าถอยทัพไป
บังเอิญตรงนั้นมีคลองเล็กๆ อยู่ จึงตั้งชื่อคลองนั้นว่า คลองชนะ
และพาทหารเดินทางต่อไปสว่างที่อุทัย จึงตั้งชื่อว่า บ้านอุทัย
มาถึงทุกวันนี้
สันนิษฐานว่า วัดสะแกอาจจะสร้างมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่
2 ก็ได้ โดยย้ายจากวัดคลังทองข้ามฝั่งมาตำบลธนู
เหตุที่ย้ายจากวัดคลังทอง เพราะเมื่อถึงหน้าน้ำ น้ำจะท่วมทุกปี
เนื่องจากไม่มีเขื่อนกั้นเหมือนสมัยปัจจุบัน
และสถานที่จะสร้างวัดสะแกในปัจจุบัน ก็เป็นที่เนินสูง
มีต้นไม้นานาชนิด เช่น ต้นตะเคียน มะขวิด จัน เป็นต้น
หลังศาลาใหญ่มีสระน้ำ ขอบสระน้ำเต็มไปด้วยต้นสะแก งิ้ว มะม่วง คาง
สะเดา แสมสาร ตะเคียน ส่วนสระน้ำนั้นคงขุดดินมาถม
เพื่อจะสร้างอุโบสถหลังเก่า
กลางลานวัดมีต้นตะเคียนใหญ่ขนาดสองคนโอบไม่รอบและมีต้นตาลสูงตระหง่านกลางต้นตะเคียน
ต่อมามีเรือขุด ชื่อ เรือหลวงจบกระบวนยุทธ ได้มาทำการขุดลอกคลอง
ทางวัดได้ให้พ่นดินกลบสระน้ำจนเต็มและเอาต้นไม้ออก
คณะศิษย์ได้ขอพื้นดินนาของหลานสาวหลวงพ่อใหญ่ ( พระโบราณคณิสสร )
มาถมจนเต็มลานวัด และซื้อดินลูกรังมาถมจนมีเนื้อที่กว้างขึ้น
เว้นต้นโพธิ์ใหญ่ 1 ต้น ที่ไม่โค่น ด้านตะวันออกมีแต่ป่าไม้ กอไผ่
และต้นสะแก เต็มไปหมด ปัจจุบันนี้ไม่มีแล้ว
วัดสะแก
ได้รับการพัฒนาปรับปรุงและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมาโดยลำดับ
เพราะมีท่านคณาจารย์ที่มีความสามารถหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลวงปู่ใหญ่ ติณณสุวัณโณ ท่านมีความสามารถในการปกครองและการบริหาร
จะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ท่านปกครองวัดสะแกในฐานะเจ้าอาวาส
ในระหว่างปี พ.ศ. 2481 - 2525 นั้น
ท่านได้พัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมและดำเนินการก่อสร้าง อาคารศาสนสถานต่าง
ๆ ของวัดไว้อย่างมากมาย
อีกทั้งท่านเป็นผู้ดำริให้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลของวัดสะแกอย่างเป็นทางการในปี
พ.ศ. 2493 โดยท่านได้มอบหมายให้ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
เป็นผู้ดำเนินการ
ซึ่งในปีดังกล่าววัดสะแกได้จัดสร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลเนื้อผงพุทธคุณและเนื้อดินเผามากมายหลายแบบพิมพ์
ส่วนหลวงปู่ศรี ( สีห์ ) พินทสุวัณโณ นั้น
ท่านเป็นคณาจารย์เป็นที่ยอมรับกันในด้านพุทธคุณ หมอยารักษาโรค
หมอดู เป็นที่ยอมรับของบรรดาลูกศิษย์อย่างมากมาย
ด้านวัตถุมงคลที่ท่านสร้างขึ้นนั้น
บรรดาลูกศิษย์ได้ประจักษ์และยอมรับถึงพุทธานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์
และหลวงปู่ดู่ ได้มีโอกาสร่วมกับหลวงปู่ศรี
จัดสร้างวัตถุมงคลของวัดสะแกหลายวาระ อีกทั้งหลวงปู่ดู่
ยังได้นำแบบพิมพ์พระ โดยเฉพาะพิมพ์รูปพระพรหมแบบต่าง ๆ
ของหลวงปู่ศรี มาจัดสร้างเป็นวัตถุมลคลของท่านไว้มากมายเช่นกัน
จะเห็นว่า คณาจารย์ทั้งสองท่าน
มีความสำคัญต่อวัดสะแกและมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อ หลวงปู่ดู่
พรหมปัญโญ ดังที่กล่าวมาแล้วแต่ต้น
ข้อมูลประวัติ
หลวงปู่สี พินทสุวัณณณ วัดสะแก พระนครศรีอยุธยา
เกิด วันอาทิตย์ เดือน
8
ปีมะแม พ.ศ.2438
เป็นบุตรของ นายก๊วน นางเล็ก บำรุงกิจ พื้นเพเป็นชาว อ.อุทัย
อยุธยา โดยกำเนิด
บรรพชา อายุ
12
ปี ณ วัดราชบูรณะ (เลียบ) กรุงเทพฯ
อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดสะแก
ปี 2458
มรณภาพ
30
มกราคม 2526
วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม
เหรียญพรหมสี่หน้านั้น
สร้างครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่
2
โดยความคิดริเริ่มมาจากท่านอาจารย์เฮง ไพรยวัลย์
หลังจากนั้นก็มีการสร้างมงคลวัตถุอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น แหวน
ผ้าประเจียด ตะกรุด เป็นต้น
พุทธคุณที่เล่าสืบทอดกันมา
พุทธคุณในเหรียญรุ่นนี้เด่นทาง เมตตามหานิยม
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ
|